ในปัจจุบันอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก ร้อยละ 80 พบในประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่มีอุบัติการสูงเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในสตรีไทย(20 ต่อแสนคน) พบผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 7000 ราย และร้อยละ 93.5 พบในสตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปี เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย
         มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจและสืบค้นได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติ และการดำเนินโรคจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาค่อนข้างนาน คือการดำเนินโรคตั้งแต่เริ่มมีความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็ง จนถึงเป็นมะเร็ง ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ซึ่งถ้าสามารถรักษาโรคในระยะเริ่มแรกได้ จะลดอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกลงได้

       ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

        มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย(น้อยกว่า 20 ปี)
       มีคู่นอนหลายคน
       มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
        การสูบบุหรี่
        โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ หรือรับประทานยากดภูมิต้านทาน
        การติดเชื้อไวรัส Human papilloma virus-HPV

     การป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูก

      1.ระดับปฐมภูมิ แนะนำการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และป้องกันการรับเชื้อ Human Papilloma virus
      2. ระดับทุติยภูมิ การตรวจคัดกรอง (Pap smear) เพื่อหามะเร็งในระยะเริ่มแรกหรือระยะก่อนเป็นมะเร็ง อย่างน้อยทุก 5 ปี (ถ้าเป็นไปได้ สตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคน ควรตรวจทุก 1-2 ปี หากผลปกติ 2-3 ครั้งก็สามารถเว้นระยะห่างออกไปได้)  และการให้การดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของปากมดลูก ที่ถูกต้อง
      ผู้หญิงทุกคนที่อายุ 35 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วควรต้องได้รับการตรวจคัดกรอง

      **สตรีที่มีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกผิดปกติก่อนวัยหมดประจำเดือนและหลังวัยหมดประจำเดือน ควรรีบไปพบแพทย์
      **สตรีที่มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น ตกขาวปนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์

     แนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของปากมดลูก

รายงานผล(The Bethesda system 2001)
แนวทางปฏิบัต
Negative for intraepithelial lesion โปรแกรมการตรวจคัดกรองด้วย Pap smear ตามปกติ
Unsatisfactory ทำ Pap smear ซ้ำทันที
Atypical squamous cells of undetermined significant(ASC-US) *ทำ Pap smear ซ้ำใน 3-6 เดือน หรือส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา
Atypical squamous cells cannot exclude HSIL(ASC-H) ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา
Low grade squamous intraepithelial lesion(LSIL) ทำ Pap smear ซ้ำใน 3-6 เดือน หรือส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา
ในกรณีที่ทำแล้วยังเป็น LSIL ให้ส่งต่อผู้ป่วย
High grade squamous intraepithelial lesion (HSIL) ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา
Squarmous cell carcinoma ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา
Atypical glandular cells (AGC-NOS) ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา และทำ Endocervical curettage
AGC-favor neoplasia ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา ถ้าไม่พบรอยโรคและไม่สามารถแยกโรคของเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ควรทำ Endometrium curettage และ Endocervical curettage
Adenocarcinoma in situ(AIS) ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา ถ้าไม่พบรอยโรคและไม่สามารถแยกโรคของเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ควรทำ Endometrium curettage และ Endocervical curettage
Adenocarcinoma ส่งต่อผู้ป่วยไปเพื่อตรวจด้วยกล้อง Colposcope และตัดชิ้นเนื้อ(Biopsy) ตรวจทางพยาธิวิทยา ถ้าไม่พบรอยโรค ควรทำ Endometrium curettage และ Endocervical curettage

               *preferable management ข้อมูลได้จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีตัวเลขอุบัติการณ์ความผิดปกติในประเทศไทย

                ดูรายละเอียดแผนการดำเนินงานการป้องกันและควลคุมมะเร็งปากมดลูกที่เหมาสมในประเทศไทย