คลินิกนมแม่คืออะไร?
คลินิกนมแม่หมายถึง สถานที่ที่ให้บริการ การปรึกษา ดูแลช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอดที่กลับบ้านแล้ว ให้การเลี้ยงดูด้วยนมแม่เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแก้ไขขจัดปัญหาอุปสรรคทั้งปวงที่จะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ไปถึงเป้าหมาย ซึ่งในที่นี้ขอย้ำเป้าหมายอีกครั้งดังนี้ 1.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ให้อาหารอื่นจนอายุครบ 6 เดือน 2.ให้ลูกได้รับนมแม่ต่อเนื่องจนอายุ 2 ปี หรือมากกว่าหร้อมกับการรับอาหารเสริมตามวัยที่ถูกต้อง
รูปแบบคลินิกนมแม่ควรจะเป็นอย่างไร
หลักการสำคัญของคลินิกนมแม่ ก็คือการจัดบริการที่ไหนในโรงพยาบาลก็ได้ ที่ทำให้เกิดความสำเร็จสมตามวัตถุประสงค์ รูปแบบที่เป็นไปได้คือ คลินิกนมแม่แบบพื้นฐาน เป็นรูปแบบง่ายๆแต่เข้มข้นด้วยบริการที่ให้บรรลุวัตถุประสงคเหมาะกับโรงพยาบาลที่เริ่มจัดบริการ ทุกแห่ง ผู้ให้บริการ : เจ้าหน้าที่ผู้บริการหลังคลอด, แพทย์ที่ปรึกษา(ควรเป็นกุมารแพทย์) สถานที่ตั้ง : มุมหนึ่งมุมใดของตึกดูแลหลังคลอด เวลาที่ให้บริการ : 24 ชั่วโมง มารับบริการที่โรงพยาบาล หรือ ทางโทรศัพท์ จุดเน้นการบริการ : 1. การแก้ปัญหาให้กับหญิงหลังคลอดที่กลับบ้านไปแล้ว ให้ปัญหาทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถูกขจัดปัดเป่า เช่น ปัญหาหัวนมแตก น้ำนมไม่พอ ฯลฯ ตลอดจนช่วยทำให้หญิงหลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อได้ด้วยความมั่นใจ 2.การให้ความรู้ การสอน การสาธิต การฝึกปฏิบัติ ให้หญิงที่จะไปทำงาน รู้จักบีบน้ำนมจากเต้านมเก็บไว้ให้ลูกกินขณะไปทำงาน รู้และมีทักษะการป้อนนมจากแก้วให้ลูก รู้วิธีปฏิบัติในการให้นมแม่ขณะกลับจากที่ทำงาน เพื่อให้นมแม่ยังคงมีปริมาณมากพอที่จะใช้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะ 6 เดือนแรกของชีวิต และจนอายุ 2 ปี โดยร่วมกับอาหารเสริมตามวัย สิ่งที่ใช้เป็นหัวใจของบริการ : ได้แก่ความรู้ความสามารถ และทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่หลังคลอดอยู่เต็มเปี่ยมแล้ว เพราะโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งผ่านการประเมิน โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูกแล้ว การให้บริการเชิงป้องกัน และการให้บริการเชิงรุกเมื่อคลินิกนมแม่อยู่ที่ตึกหลังคลอด : 1. ประเมินความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนจะให้แม่กลับบ้าน เพื่อทำDischarge plan สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในกรณีที่ประเมินว่ายังมีปัญหาเสี่ยงต่อความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรให้แม่ได้รับการดูแลในโรงพยาบาลต่อไปก่อน หรือถ้าให้กลับควรติดตามอย่างใกล้ชิด อาจนัดมาหรือโทรศัพท์สอบถามหญิงหลังคลอดอย่างต่อเนื่อง สอนหญิงหลังคลอดทุกคนให้รู้จักบีบน้ำนมไว้ให้ลูกกิน ก่อนกลับบ้าน รวมทั้งการป้อนน้ำนมให้ลูกกินจากแก้ว ให้สอบถามถึงช่วงเวลาที่จะเริ่มไปทำงานนอกบ้าน เพื่อจะได้นัดมาสอนสาธิตหรือฝึกซ้ำเกี่ยวกับการบีบน้ำนมเก็บไว้ให้ลูก 2. มอบเบอร์โทรศัพท์คลินิกนมแม่ให้กับหญิงหลังคลอดทุกราย ซึ่งอาจทำเป็นบัตรคล้ายบัตรผู้รับบริการ พร้อมทั้งมีรายละเอียดให้คำแนะนำการขอรับบริการจากคลินิกนมแม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 3. ขอเบอร์โทรศัพท์หญิงหลังคลอดก่อนกลับบ้านทุกราย เพื่อสอบถามถึงสภาพการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อเด็กอายุ 7-14 วัน ถ้ามีปัญหาจะได้ให้คำปรึกษาได้ทันท่วงที ถ้าไม่มีปัญหาควรให้กำลังใจ 4. หญิงที่จะต้องทำงานนอกบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินไว้แล้วว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหยุดนมแม่ไปใช้นมผงแทนเมื่อไปทำงานนอกบ้าน ก่อนไปทำงาน 1-2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ควรจะติดตามหญิงหลังคลอดมาซักซ้อมทักษะการบีบน้ำนม สอนวิธีการเก็บน้ำนมและการป้อนน้ำนมด้วยแก้วสำหับแม่และผู้ที่จะดูแลลูกขณะแม่ไปทำงาน 5. หญิงหลังคลอดที่ไปทำงานนอกบ้านและสมัครใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมกับการไปทำงาน เจ้าหน้าที่คลินิกนมแมควรให้การดูแลติดตามสนับสนุนโดยทางโทรศัพท์ นัดมาพบ หรือการเยี่ยมบ้าน เพื่อให้หญิงผู้นั้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อย 6 เดือนถึง 2 ปี กลุ่มเสี่ยงที่จะมีปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : ปัจจัยเสี่ยงทางแม่ หัวนมผิดปกติ หัวนมแตก เต้านมอักเสบหรือเป็นฝี เต้านมคัดมาก นมแม่ไม่ค่อยพอ แม่และลูกแยกกันนานเกิน 2 ชั่วโมง แม่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แม่ผ่าท้องคลอด แม่วัยรุ่น แม่ที่ไม่พร้อมอื่นๆเช่น ตั้งครรภ์โดยไม่ปราถนา ถูกข่มขืน ปัญญาอ่อน แม่ที่ไม่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แม่ที่สามีและญาติไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แม่ที่จะต้องไปทำงานนอกบ้าน ปัจจัยเสี่ยงทางลูก คลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักน้อยกว่าอายุครรภ์ น้ำหนักมากเกิน 4000 กรัม มีปัญหา Birth asphyxia Down syndrom ปากแหว่ง เพดานโหว่